หน้าแรก | สมัครสมาชิก ฟรี!! | สมาชิก Login | ตั้งเป็นหน้าแรก 
ผลิตภัณฑ์การเกษตร
โฆษณา
ประกาศซื้อขายฟรีโปรโมทธุรกิจฟรีโปรโมทเว็บไซต์ฟรีร้านค้าออนไลน์ฟรีนิทานออนไลน์เว็บไซต์ส่วนตัวฟรีเทคนิคการเล่นกอล์ฟ
แหล่งกินเที่ยว ทั่วไทยเกมส์ออนไลน์การ์ดอวยพรออนไลน์ฟังเพลงออนไลน์สถานีวิทยุออนไลน์ดูทีวีออนไลน์ระบบ Poll ฟรี
คลิปวีดีโอฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกข่าวประจำวันเรียนดนตรีออนไลน์บทความน่ารู้เรียนภาษาออนไลน์ดาวน์โหลดฟรี
รวมข่าวแปลก ๆจัดอันดับเว็บไซต์ไอเดียตกแต่งบ้านเว็บไซต์สำเร็จรูปสูตรอาหารจานเด็ดข้อมูลการท่องเที่ยวหนังการ์ตูน
หุ้น - เศรษฐกิจดูหนังออนไลน์เรื่องย่อละครแม่และเด็กเนื้อเพลงและคอร์ดเช่ารถตู้ไอโฟน (iPhone)
สำหรับเว็บมาสเตอร์
  โฆษณาฟรี คลิกเลย
  Internet Speed Test
  แปลภาษาทั่วโลก
  สร้าง QR Code ฟรี
  ตรวจอันดับเว็บไซต์
  ค้นหาข้อมูลทั่วโลก
  เกมส์ออนไลน์
  ดูทีวีออนไลน์
  สถานีวิทยุออนไลน์
  ข่าวอัพเดทอัตโนมัติ
  สูตรอาหารนานาชาติ
  RSS Feeds Center
  ระบบสำรวจความคิดเห็น
  ถ้าคุณชอบเที่ยว
  คลิปเด็ดกีฬาดัง
  เรียนภาษาเกาหลี ฟรี!
  เรียนภาษาอังกฤษ ฟรี!
  เรียนภาษาจีน ฟรี!
  เรียนภาษาญี่ปุ่น ฟรี
  เทคนิคการเล่นกอล์ฟ
  เรียนดนตรีออนไลน์
  สร้างเว็บไซต์มือถือ
ผู้สนับสนุน 

ผู้สนับสนุน 
โฆษณา
โฆษณา
ผู้สนับสนุน 
โฆษณา
หมวดหมู่ ประเภท จังหวัด

การเลี้ยงกุ้ง

บทความน่ารู้ : เรื่องการเลี้ยงกุ้ง
ที่นี่คือศูนย์รวมบทความที่น่าสนใจและให้ความรู้จากทุกมุมโลก เพื่อเป็นแหล่งความรู้สำหรับคนไทยทุกคน


การเลือกสถานที่
          การเลือกสถานที่นับว่าเป็น ปัจจัยที่สำคัญเป็นอันดับหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมความสำเร็จ ประกอบด้วยปัจจัยหลายประการซึ่งเป็นองค์ประกอบในการตัดสินว่าพื้นที่ใดเหมาะ สมต่อการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ทั้งยังเป็นส่วนช่วยในการเพิ่มมาตรการป้องกันความเสียหายในการเลี้ยงกุ้ง กุลาดำ ปัจจัยซึ่งจะช่วยพิจารณามีดังนี้

1. คุณภาพดิน
      บ่อกุ้งกุลาดำที่ดีควรจะเป็นดินปนทรายและมีสภาพความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) อยู่ระหว่าง 6.5-8.5 มีคุณสมบัติกักเก็บน้ำได้ดี และคันดินไม่พังทลายง่าย

2. คุณภาพน้ำ
           แหล่งน้ำที่ใช้ในการเลี้ยงควรมีคุณภาพดี สะอาด ปราศจากสารเคมี สารพิษ ของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมและแหล่งชุมชน ยาฆ่าแมลง และของเสียจากโรงเลี้ยงสัตว์อื่นๆ ซึ่งมีสารอินทรีย์เน่าเปื่อยจากพืชและสัตว์ซึ่งจะทำให้ออกซิเจนซึ่งจำเป็น ต่อการหายใจในน้ำลดต่ำลง กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อที่ไม่ต้องการอีกด้วย

          แหล่งน้ำที่ใช้ควรมีปริมาณเพียงพอต่อการสูบใช้ตลอดทั้งปีและมีความเค็มที่สม่ำ เสมอ โดยเฉพาะพื้นที่ ที่มีการส่งน้ำเข้าบ่อเลี้ยงได้โดยไม่ต้องสูบน้ำจะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้เป็น อย่างดี

3. แหล่งพันธุ์กุ้ง
           พื้นที่เลี้ยงควรอยู่ใกล้หรือ ไม่ห่างจากแหล่งพันธุ์กุ้งกุลาดำ ทำให้สะดวกในการจัดหาลูกพันธุ์และการลำเลียงขนส่งซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพของ ลูกกุ้งด้วย

4. สาธารณูปโภค
           สิ่งอำนวยความสะดวกหลายอย่าง ที่จำเป็นอย่างมากต่อการเลี้ยงเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี เช่น ถนน ไฟฟ้าเพื่อสะดวกในการขนส่งอาหาร ผลผลิต การเตรียมอาหารหรือการเพิ่มออกซิเจนในบ่อเลี้ยงโดยการใช้เครื่องตีน้ำ

5. ตลาด
          ปัจจุบันมีพ่อค้ามารับซื้อกุ้งกุลาดำถึงปากบ่ออยู่มากพอสมควร หรือทำการติดต่อห้องเย็นให้มาซื้อกุ้ง


การเตรียมบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ

1. บ่อเลี้ยงที่ขุดใหม่ สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือ

            ความลาดชันของบ่อ
            บ่อที่มีความลาดชันมากจะเกิดปัญหามากกว่าบ่อที่มีความลาดชันน้อยเนื่องจาก ส่วนที่มีความลาดชันมากๆมีพื้นที่บ่อที่รับแสงมาก จะทำให้เกิดขี้แดดและตะไคร่น้ำอย่างรวดเร็วจึงก่อให้เกิดปัญหาพื้นบ่อเสื่อม โทรมได้เร็วกว่าบ่อที่มีความลาดชันน้อย

            ตรวจความเป็นกรด-ด่างของดิน
           พื้นบ่อที่มีความลึก 30-50 ซม.ถ้ามีค่าความเป็นกรด-ด่างต่ำกว่า 8.0 ให้โรยปูนมาร์ล 50 กิโลกรัมต่อไร่ ตากไว้ให้แห้งประมาณ 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นจะล้างบ่อหรือไม่ล้างก็ได้ แล้วจึงปล่อยน้ำจากบ่อพักเข้ามาในบ่อเลี้ยง

2. บ่อเก่าหรือบ่อที่ผ่านการเลี้ยงมาแล้ว

            สำหรับบ่อเก่าซึ่งมีสภาพเสื่อมโทรมอยู่บ้างถ้าผู้เลี้ยงไม่พิถีพิถันในการ เตรียมบ่ออาจเกิดปัญหาอยู่บ้าง ดังนั้นหลังจากการจับกุ้งแล้วต้องปรับสภาพพื้นบ่อให้ดีเสียก่อนด้วยการดูด หรือฉีดเลนบริเวณก้นบ่อทิ้งแล้วตากให้แห้ง จากนั้นจึงใช้รถไถหน้าดินออกอีกครั้งหนึ่งและโรยปูนมาร์ล 80-100 กิโลกรัมต่อไร่ ตากให้แห้งประมาณ 2-3 สัปดาห์ การตากบ่อมีความจำเป็นสำหรับบ่อที่ใช้มาแล้วหลายครั้ง เพื่อเป็นการกำจัดแอมโมเนียและไฮโดรเจนซัลไฟด์ที่หมักหมมอยู่ในดินแล้วล้าง บ่อด้วยน้ำจากบ่อพักน้ำผ่านอวนตาถี่อีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงทำการกักเก็บน้ำสำหรับเลี้ยงต่อไป

การกำจัดศัตรูในบ่อเลี้ยง

           ในกรณีที่บ่อไม่สามารถตากให้แห้งได้อาจเป็นเพราะบ่อมีการรั่วซึมจะใช้กากชา โรยบริเวณที่มีน้ำขังอยู่ในปริมาณ 20 กิโลกรัมต่อไร่ ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง จึงใช้ไดรโว่หรือท่อพญานาคดูดน้ำบริเวณนั้นทิ้ง ไม่จำเป็นต้องล้างบ่ออีกตะแกรงที่ประตูน้ำควรใช้ตาถี่มากๆ ขนาด 500-600 ไมครอน หรืออาจใช้มุ้งไนลอนเขียวอย่างดี 2 ถึง 3 ชิ้น ถ้าใช้เครื่องสูบน้ำแบบท่อพญานาคจะใช้ถุงอวนทำด้วยมุ้งเขียวที่ปลายอีกชั้น เพื่อป้องกันศัตรูกุ้งที่อาจเข้ามากับน้ำ

การเตรียมน้ำในบ่อเลี้ยง

              น้ำในบ่อเลี้ยงควรมีความลึกประมาณ 1-1.5 เมตร เพื่อช่วยชะลอการเปลี่ยนแปลงของความเค็มและอุณหภูมิ เพราะในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมากๆ หากอุณหภูมิสูงเกินไปในช่วงที่ร้อนจัด กุ้งจะเกิดอาการงอตัวและการเกร็งของกล้ามเนื้อทำให้ช็อคตายในที่สุด อีกทั้งระดับน้ำต่ำมากๆ แสงแดดสามารถส่องไปถึงพื้นก้นบ่อจึงเกิดการบลูมของแพลงก์ตอนพืชอย่างรวดเร็ว แพลงก์ตอนเหล่านี้จะแย่งใช้ออกซิเจนไปจากบ่อเลี้ยงกุ้งในช่วงกลางคืนเกิด เป็นตะไคร่น้ำและขี้แดดในเวลากลางวันและในที่สุดเมื่อแพลงก์ตอนตายลงจะ เกิดการสลายตัวทำให้พื้นบ่อเน่าเสียเกิดก๊าซฮโดรเจนซัลไฟด์ อันเป็นผลเสียต่อกุ้งดังนั้นระดับน้ำที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงกุ้งแบบหนา แน่นควรให้ระดับน้ำสูงอย่างน้อย 1.50 เมตร และควรมีเครื่องสูบน้ำแบบท่อพญานาคขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16-24 นิ้ว ในอัตรา 1 เครื่องต่อ 2 บ่อ สำหรับช่วยเพิ่มระดับน้ำในบ่อเลี้ยงได้รวดเร็วทันกับความต้องการ


การคัดเลือกพันธุ์ลูกกุ้งกุลาดำ
ข้อควรพิจารณาในการเลือกซื้อลูกพันธุ์กุ้งกุลาดำ

           1. เลือกจากโรงเพาะฟักที่เชื่อถือได้ ถ้ามีโอกาสควรไปดูโรงเพาะฟักแห่งนั้น ดูการจัดการ วิธีการ มาตรฐานในการผลิต สิ่งเหล่านี้จะช่วยในการตัดสินใจเพราะถ้าแหล่งผลิตลูกกุ้งทำถูกต้องตามหลัก วิชาการ มีการควบคุมคุณภาพทำให้มาตรฐานการผลิตสูง จะทำให้เราแน่ใจว่าลูกกุ้งที่ได้นั้นแข็งแรงและปลอดโรค

           2. พิจารณาสภาพของลุกกุ้ง ปกติผู้เลี้ยงที่มีประสบการณ์จะมารถบอกถึงความแข็งแรงหรือสมบูรณ์ของลุกกุ้ง ได้ ในกรณีที่ไม่คุ้นเคยอาจใช้หลักต่อไปนี้ในการพิจารณาซึ่ง ลูกกุ้งที่แข็งแรงควรจะมีลักษณะดังนี้ลำตัวโปร่งใส ว่ายทวนกระแสน้ำ ลักษณะภายนอกต้องปกติสมบูรณ์

การจัดการคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้ง
           ปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำในปัจจุบันได้แก่ ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพน้ำที่แย่ลง เนื่องจากมลภาวะต่างๆ ที่มาจากการเลี้ยงอย่างหนาแน่นและการปล่อยของเสียต่างๆ ลงสู่แหล่งน้ำมากเกินไป ทำให้เกิดการหมักหมมในแม่น้ำลำคลอง และบริเวณปากแม่น้ำหรือตามแนวชายฝั่งทะเลจนถึงระดับที่การเลี้ยงในหลายๆ พื้นที่ต้องมีความเสี่ยงต่อกุ้งเป็นโรคตายสูงมาก การจัดการเรื่องคุณภาพน้ำในบ่อเลี้ยงมีความสำคัญมาก ผู้เลี้ยงต้องมีความรู้ความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ตลอดจนแนวทางการในการป้องกันและแก้ไขเพื่อลดปัญหาต่างๆ ที่อาจมีผลต่อสุขภาพของกุ้ง คุณสมบัติของน้ำที่มีความสำคัญในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำมีดังนี้

1. ความเค็ม
กุ้งกุลาดำเป็นกุ้งที่สามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงของความเค็มได้ในช่วงกว้าง และถ้าความเค็มเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ สามารถปรับตัวอยู่ที่ความเค็มเกือบศูนย์เป็นเวลานานพอสมควรหรือความเค็มที่ เพิ่มขึ้นจนถึง 45 ppt.
แต่ความเค็มที่เหมาะสมอยู่ระหว่าง 10-15 ppt.

2. ความเป็นกรดเป็นด่าง (pH)
pH ของน้ำมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของกุ้งกุลาดำมาก เนื่องจาก pH ของน้ำนั้นมีผลต่อคุณสมบัติของน้ำตัวอื่นๆ เช่นความเป็นพิษของแอมโมเนียและไฮโดรเจนซัลไฟด์ เป็นต้น pH ที่เหมาะสมแก่การเลี้ยงกุ้ง
ควรอยู่ระหว่าง 7.5-8.5 แต่การเจริญเติบโตที่ดีที่สุดในบ่อจะอยู่ที่ pH ของน้ำระหว่าง 8.0-8.5 การเปลี่ยนแปลงpH ของน้ำในบ่อขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง เช่น คุณสมบัติของดิน ค่าความเป็นด่างของน้ำ การผลิตและ
การใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในน้ำซึ่งส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับปริมาณแพลงก์ตอนพืช

3. ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำ
ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำมีผลต่อการกินอาหาร การเจริญเติบโตและสุขภาพของกุ้ง ถ้าปริมาณออกซิเจนต่ำเกินไปอาจมีผลทำให้กุ้งตายได้ ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในบ่อเลี้ยงจะเปลี่ยนแปลงคล้ายกับ pH คือ มีค่าต่ำสุดในตอนเช้ามืดเนื่องจากการใช้ไปในการย่อยสลายสารอินทรีย์โดย จุลินทรีย์ในบ่อ และการหายใจของสิ่งมีชีวิตในบ่อ หลังจากนั้นแพลงก์ตอนพืชเริ่มมีการสังเคราะห์แสงปริมาณออกซิเจนจะเพิ่มขึ้น และสูงสุดในตอนบ่าย ความสามารถในการละลายของออกซิเจนในน้ำขึ้นอยู่กับอุณหภูมิและความเค็มของน้ำ โดยที่น้ำที่มีความเค็มและอุณหภูมิเพิ่มขึ้นออกซิเจนจะละลายน้ำได้น้อยลง ปริมาณออกซิเจนที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 4 ppm. จนถึงจุดอิ่มตัว


4. แอมโมเนียและไนไตรท์
ในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำแบบพัฒนานั้นจะมีปริมาณของสารประกอบไนโตรเจนที่ก้นบ่อ เป็นจำนวนมากซึ่งอาจเกิดจากขบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์โดยจุลินทรีย์ที่ก้น บ่อแล้วปล่อยแอมโมเนียออกมา นอกจากนั้นสัตว์น้ำยังปล่อยของเสียออกมาในรูปของแอมดมเนียสู่แหล่งน้ำโดยตรง ในสภาวะที่มีออกซิเจนแบคทีเรียจำพวก nitrifying bacteria จะเปลี่ยนแอมโมเนียเป็นไนไตรท์และไนเตรท ตามลำดับ

แอมโมเนีย เป็นสารประกอบไนโตรเจนที่เป็นพิษต่อสัตว์น้ำ แอมโมเนียที่พบอยู่ในน้ำจะอยู่ใน 2 รูปแบบ คือ แอมโมเนียซึ่งเป็นพิษต่อสัตว์น้ำ และแอมโมเนียมอิออนซึ่งไม่เป็นพิษต่อสัตว์น้ำ ในการวัดแอมโมเนียโดยทั่วไปจะวัดรวมทั้งสองรูปแบบ แอมโมเนียทั้งสองรูปแบบนี้จะเปลี่ยนกลับไปมาตาม pH และอุณหภูมิของน้ำ โดยเฉพาะถ้า pH สูงขี้นอัตรส่วนของแอมโมเนียที่เป็นพิษจะสูงขึ้น ทำให้ความเป็นพิษต่อสัตว์น้ำจะมากขึ้นด้วย ซึ่งในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำปริมาณแอมโมเนียในรูปที่เป็นพิษไม่ควรเกิน 0.1 ppm.

5. ไฮโดรเจนซัลไฟด์
การเกิดไฮโดรเจนซัลไฟด์ เนื่องจากในสภาพก้นบ่อที่ขาดออกซิเจนจะทำให้แบคทีเรียบางชนิดที่สามารถใช้ กำมะถันในการย่อยสลายสารอินทรีย์ได้ ย่อยสลายสารอินทรีย์บริเวณพื้นบ่อได้เป็นสารประกอบซัลไฟด์ :ซึ่งสารประกอบซัลไฟด์ที่อยู่ในรูปของ H2S จะมีปริมาณมากขึ้นเมื่อ pH ของน้ำต่ำลง และก็จะทำให้มีความเป็นพิษสูงขึ้นด้วย ระดับความเข้มข้นของไฮโดรเจนซัลไฟด์สูงสุดที่ไม่เป็นอันตรายต่อกุ้งกุลาดำ คือ 0.033 ppm.

การเปลี่ยนถ่ายน้ำ
การเปลี่ยนถ่ายน้ำเป็นการช่วยชะล้างธาตุอาหารและแพลงก์ตอนพืชออกจากบ่อช่วย กำจัดสารพิษที่เกิดจากสิ่งมีชีวิต เช่น แอมโมเนีย และยังช่วยปรับระดับความเค็มและอุณหภูมิไม่ให้สูงมากเกินไป การระบายน้ำทิ้งควรระบายน้ำในส่วนที่ใกล้พื้นบ่อ และประตูระบายน้ำควรอยู่ตรงข้ามกับประตูน้ำเข้า อัตราการเปลี่ยนถ่ายน้ำประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ของปริมาตรน้ำในบ่อต่อวัน ถ้ามีฝนตกมากต้องระบายน้ำชั้นบนออกและเมื่อเลี้ยงกุ้งไปแล้ว 2 เดือน ควรเปลี่ยนอวนกรองน้ำที่ประตูระบายน้ำออกให้มีตาที่โตขึ้นเพื่อระบายน้ำได้ สะดวก


การรักษาและฟื้นฟูสภาพพื้นบ่อระหว่างเลี้ยง

            สารอินทรีย์ต่างๆ เช่น เศษอาหารที่เหลือ ขี้กุ้ง ขี้แดด ตลอดจนซากสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในบ่อเลี้ยงกุ้งจะตกทับถมลงสู่ก้นบ่อ ดังนั้นก่อนที่น้ำในบ่อจะเน่าเสียมักพบว่าพื้นบ่อเน่าเสียก่อนเสมอ ซึ่งกุ้งเป็นสัตว์ที่หากินตามพื้น เมื่อสภาพพื้นบ่อเริ่มเสียย่อมเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กุ้งเป็นโรค ดังนั้นหลังจากปล่อยกุ้งลงเลี้ยงแล้วประมาณ 1/2 เดือน ควรตรวจสภาพพื้นบ่ออย่างสม่ำเสมอย่างน้อย 7-15 วันต่อครั้ง เมื่อพบว่าของเสียต่างๆ ถูกกระแสน้ำพัดพาไปรวมที่ใดก็ควรจะกำจัดออกโดยเร็วก่อนที่พื้นบ่อจะเน่าเสีย ทั้งนี้การรักษา
และฟื้นฟูสภาพพื้นโดยรอบชานและพื้นบ่อ นอกจากจะช่วยรักษาและฟื้นฟูสภาวะแวดล้อมภายในให้เหมาะสมแก่การอยู่อาศัยของ กุ้งแล้วยังเป็นการป้องกันไม่ให้กุ้งเกิดโรคอีกด้วย


ประเภทของอาหารกุ้ง

1. อาหารธรรมชาติ หมายถึง พืชน้ำ สัตว์น้ำเล็กๆ เช่นแพลงก์ตอน สัตว์หน้าดินที่มีอยู่ในบ่อหรือติดมากับน้ำทะเลที่ใช่ถ่ายเทน้ำเข้าสู่บ่อ กุ้งที่เลี้ยงจะได้รับอาหารนี้ส่วนหนึ่งเพื่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีวิต ในสภาพปกติ

2. อาหารสด หมายถึง อาหารที่ผู้เลี้ยงนำมาให้กุ้งในบ่อกินโดยไม่ผ่านกระบวนการใดๆ เป็นอาหารดิบ เช่น ปลาสด หอย หมึก กากถั่ว แป้ง วิตามินและแร่ธาตุอาหารชนิดต่างๆ แล้วผ่านขบวนการอัดเป็นเม็ดให้มีขนาดพอเหมาะกับวัยและขนาดของกุ้ง

การให้อาหาร
เนื่อง จากอาหารเป็นต้นทุนที่สูงที่สุดในการเลี้ยงกุ้งแบบพัฒนาดังนั้นผู้เลี้ยงควร ให้ความสนใจในการควบคุมปริมาณอาหารเพื่อลดการสูญเสียอาหารไปโดยเปล่า ประโยชน์ให้น้อยที่สุด

ปัจจัยที่ทำให้อาหารสูญเสีย

1. อุณหภูมิ อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงโดยฉับพลันทำให้กุ้งกินอาหารได้น้อยลง อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตคือ 25-30 องศาเซลเซียสถ้าอุณหภูมิต่ำลงกุ้งจะไม่ค่อยกระปรี้กระเปร่า กินอาหารได้น้อย เจริญเติบโตช้า ถ้าอุณหภูมิต่ำกว่า 18 องศาเซลเซียส กุ้งจะไม่กินอาหาร ดังนั้นเมื่ออุณหภูมิลดต่ำก็ควรลดปริมาณอาหารที่ให้ลงหรืองดอาหารในมื้อเช้า
2. กุ้งที่เป็นโรคหรือสุขภาพไม่ดี ทำให้การใช้อาหารไม่เต็มประสิทธิภาพ
3. มีการให้อาหารมากเกินไป
4. ถูกสัตว์อื่นๆแย่งกินไป
5. อาหารเสื่อมคุณภาพ เนื่องจากเก็บไว้นานเกินไป
6. อาหารมีคุณค่าสูงเกินความจำเป็น
7. อาหารตกหล่นระหว่างตักและลำเลียง

ข้อควรปฎิบัติในการให้อาหารกุ้ง

1.ผู้เลี้ยงควรบันทึกจำนวนและราคาอาหารเพื่อทำให้รู้ปริมาณอาหารและต้นทุนที่ใช้ในการผลิตกุ้งแต่ละรุ่น

2.การ ให้อาหารควรจำกัดปริมาณ พึงระลึกไว้เสมอว่าเมื่อกุ้งมีขนาดโตขึ้นอัตราการกินอาหารจะลดน้อยลง(หลัง จาก 6 สัปดาห์ไม่ควรเกิน 3-5 ของน้ำหนักตัวต่อวันหรือไม่ควรเกินความจุของกระเพาะลำไส้ต่อมื้อ) ควรแบ่งให้ในอัตราส่วนที่เหมาะสมครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยครั้งอย่างน้อย 4-6 มื้อต่อวันเพื่อให้กุ้งมีอาหารกินอย่างต่อเนื่องในกรณีที่มีอาหารเหลือควร ชะลอการให้อาหารในมื้อถัดไปไว้ก่อนจนกว่าอาหารที่เหลือจะหมด

3.การ เลี้ยงกุ้งกุลาดำบริษัทผู้ผลิตอาหารมักจะกำหนดปริมาณอาหารที่ใช้เลี้ยงกุ้ง แต่ละวัยให้เกษตรกรผู้เลี้ยงถือปฎิบัติ เกษตรกรพึงระลึกไว้เสมอว่า ในทางปฏิบัตินั้น ควรให้อาหารน้อยกว่าปริมาณที่กำหนดไว้แต่จะมากน้อยเพียง ใดจึงจะเหมาะสมนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพของกุ้งและอาหารธรรมชาติที่มีอยู่ในบ่อเลี้ยงนั้นด้วยและ ต้องคำนึงถึงเสมอว่า เมื่อสภาวะแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไปการกินอาหารของกุ้งย่อมเพิ่มหรือลดตามไปด้วย

4.การเปลี่ยนแปลงอาหารแต่ละชนิดแต่ละเบอร์ ในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำแต่ละระยะต้องปรับอย่างค่อยเป็นค่อยไปอย่างน้อย 5-7 วัน

5.ควรให้อาหารที่พอดีกับความต้องการของกุ้งและต้องมีการตรวจสอบประสิทธิภาพการให้อาหารของกุ้งเสมอ ก่อนที่จะให้อาหารมื้อต่อไป

6.นอก จากจะทำการหว่านอาหารให้ทั่วบ่อแล้ว ต้องทำยอใส่อาหารอย่างน้อยไร่ละ 1 ยอเพื่อตรวจสอบว่ากุ้งกินอาหารหมดหรือไม่ ถ้ากินอาหารหมดแสดงว่าอาหารไม่พอ ต้องเพิ่มอาหารที่หว่านอีกหน่อย หากอาหารเหลือในยอก็ให้ลดปริมาณ ควรทำการตรวจสอบทุกมื้อหลังจากการให้อาหารแล้ว 2 ชั่วโมง

7.ถ้าพบกุ้งในยอสีดำ ผิวหยาบ ก็ควรมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำ ดิน และอาหาร

8.ถ้าพบกุ้งลอกคราบ ก็ลดอาหารลงประมาณ 2-3 วัน หลังจากนั้นก็เพิ่มอาหารมากขึ้นเพราะช่วงนี้กุ้งกินอาหารมาก


การคำนวณอาหารและหว่านอาหาร

            ปริมาณอาหารที่จะให้กุ้งกินถ้าให้อาหารมากเกินควรอาหารที่เหลือสะสมเพิ่ม ความสกปรกของพื้นบ่อเมื่อนานๆ ก็จะเป็นสาเหตุของการเกิดโรคบางชนิดได้ เช่นโรคหางไหม้ โรคเหงือกดำ เป็นต้น แต่การอาหารน้อยเกินไปก็จะมีผลให้กุ้งกินกันเองและกุ้งได้รับอาหารไม่เพียง พอก็จะผอมอ่อนแอ ทำให้ติดเชื้อโรคได้ง่าย ดังนั้น หากผู้เลี้ยงเข้าใจถึงหลักเกณฑ์ในการคำนวณอาหารที่ถูกต้องก็จะทำให้ลดปัญหา ในการเลี้ยงได้มากทีเดียว

            เมื่อกุ้งอายุได้ 1 เดือน จะสามารถใช้ยอเช็คการกินอาหารได้แล้วคือ หลังจากหว่านอาหารเสร็จจึงใส่อาหารในยอและเช็คอาหารตามเวลาที่กำหนด การปรับปริมาณอาหารให้ดูจากการกินอาหารในยอ คือ หากกุ้งกินอาหารในยอหมดให้เพิ่มอาหาร แต่หากบางยอหมดบางยอยังเหลืออยู่ให้คงปริมาณอาหารไว้เท่าเดิม และถ้าปริมาณอาหารในยอเหลือทุกยอก็ให้ลดปริมาณอาหารลง

            เมื่อกุ้งอายุประมาณ 45 วัน (มีน้ำหนัก 4-5 กรัม) กุ้งจะมีขนาดโตพอที่จะทอดแห (ใช้แหเอ็นตาเล็กสุดคือ 0.5 ซม.) เพื่อสุ่มหาปริมาณกุ้งที่เหลือในบ่อ และดูการเจริญเติบโตของกุ้งไปพร้อมๆ กันโดยมีการชั่งน้ำหนักและ
วัดความยาวของกุ้ง หลังจากนั้นนำมาคำนวณหาผลผลิตกุ้งทั้งหมดในบ่อ

           ปริมาณกุ้งที่เหลือในบ่อหาได้โดยการใช้แหสุ่มทอดในหลายๆ จุด จดบันทึกจำนวนและชั่งน้ำหนักของกุ้งแต่ละแห แล้วนำจำนวนกุ้งที่ทอดแหได้แต่ละครั้งมารวมกันจะได้จำนวนกุ้งที่ทอดแหได้ ทั้งหมด ส่วนน้ำหนักที่ชั่งได้
แต่ละแหเมื่อนำรวมกัน ก็จะได้น้ำหนักกุ้งที่ทอดแหได้ทั้งหมด เมื่อทราบพื้นที่แหโดยการคำนวณจากสูตรพื้นที่วงกลมซึ่งเท่ากับ 3.14 x รัศมียกกำลังสอง (3.14 x รัศมี x รัศมี) ข้อมูลที่ได้นำมาคำนวณหาปริมาณกุ้งที่เหลือในบ่อได้ เมื่อนำน้ำหนักเฉลี่ยมาคูณปริมาณกุ้งที่เหลือในบ่อก็จะได้น้ำหนักที่มีอยู่ ทั้งหมด จากนั้นจึงไปคำนวณหาปริมาณอาหารที่กุ้งควรจะกินในช่วงนั้นโดยเทียบจากตาราง เปอร์เซ็นต์การกินอาหารของกุ้งในช่วงอายุนั้นๆ

การจับกุ้ง
            ระยะเวลาการเลี้ยงกุ้งจนจับจำหน่ายได้ ถ้าเลี้ยงจากลูกกุ้ง p 15 ใช้เวลาการเลี้ยงประมาณ 4 เดือนถ้าเลี้ยงจากลูกกุ้ง p 30 ใช้ระยะเวลาเพียง 3 เดือนครึ่ง โดยทั่วไปจะได้ขนาด 25-35 ตัวต่อกิโลกรัม ต้องจับกุ้งหลังลอกคราบแล้ว 2-3 วัน กุ้งเปลือกจะแข็ง ขณะจับกุ้งควรให้อาหาร กุ้งจะได้ไม่เพลีย และจะว่ายน้ำเล่น สามารถจับได้ง่าย

1. จับกุ้งโดยใช้อวนเปลหรือถุงรองรับที่หน้าประตูบ่อกุ้ง โดยเปิดลิ้นชักด้านบน น้ำลึกประมาณ 15-20 ซม. ค่อยทยอยลงไปควรแง้มลิ้นประตูชั้นบนให้น้ำไหลออกก่อนประมาณ 30 นาที แต่ก่อนการจับจะจับด้วยวิธีนี้
2. จับโดยใช้อวนลากไฟฟ้า โดยปล่อยกระแสไฟฟ้าลงไปกับโซ่ตีนอวนเมื่อลากพื้นบ่อกุ้งจะได้รับกระแสไฟฟ้าจึงกระโดดเข้าถุงอวนเอง
3. จับโดยใช้อวนลากกุ้งธรรมดา เหมาะสำหรับบ่อที่เป็นสี่เหลี่ยม
4. จับโดยใช้แหเหวี่ยง เหมาะสำหรับจับกุ้งขายเป็นครั้งๆละไม่มาก
5. จับโดยใช้คนเดินเก็บ เพราะจะมีกุ้งบางส่วนเหลือตกค้างอยู่ในบ่อเมื่อน้ำแห้ง
6. กุ้งที่จับมาได้ควรรีบนำมาแช่ในถังน้ำที่มีน้ำแข็งอยู่ที่อุณหภูมิ 10-15 องศาเพื่อน็อคกุ้งและทำความสะอาดกุ้งเพื่อจะได้กุ้งที่สดและสะอาด

ตลาดกุ้ง

           ตลาดกุ้งกุลาดำในปัจจุบันเป็นตลาดที่นับว่าดีมาก เนื่องจากความต้องการของทั้งตลาดภายในประเทศและภายนอกประเทศมีมาก ประกอบกับผลผลิตที่น้อยลง ทำให้ราคากุ้งกุลาดำมีราคาค่อนข้างสูง ตลาดกุ้งที่สำคัญได้แก่

1. ห้องเย็น เป็นตลาดที่ต้องการกุ้งทะเลที่มีขนาดใหญ่เป็นจำนวนมาก เพื่อส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นและกลุ่มประเทศในยุโรป

2. สะพานปลา เป็นตลาดกุ้งภายในประเทศ โดยใช้วิธีประมูลราคาซึ่งราคากุ้งจะขึ้นอยู่กับปริมาณกุ้งที่เข้ามาในแต่ละวัน

            นอกจากตลาดทั้ง 2 แห่งแล้วยังมีภัตตาคารหรือห้องอาหารที่ต้องการกุ้งเป็นๆ โดยจะออกรับซื้อตามปากบ่อ ซึ่งจะให้ราคาสูงแต่ปริมาณความต้องการไม่มากนักและไม่แน่นอนในแต่ละวัน



ขอบคุณที่มา : http://www.kungthai.com/framing.html

ลิงค์เนื้อหาที่ใกล้เคียงและเกี่ยวข้อง [Tags List]

ประมูล ไฮโดรเจน ไนโตรเจน แป้ง

แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน/คนรู้จัก


อีเมล์เพื่อน: ชื่อคุณ : อีเมล์คุณ :  
 เกมส์ ออนไลน์ บทความน่ารู้
  • ผลประโยชน์ระดับโลก กับการส่งออกของไทย (107)
  • วิธีป้องกันลมพัดพาน้ำออกจากผิวดิน เพราะอากาศหนาว (634)
  • สร้างกองทัพจุลินทรีย์ชนิดดี สู่ผืนดิน (1086)
  • ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (40301)
  • ข้าวโพดหวานพันธุ์รับรอง (8475)
  • การเลี้ยงไก่พื้นบ้าน (38279)
  • การดูแลกระต่าย (17763)
  • การเริ่มต้นเลี้ยงปลาทอง (14828)
  • การเลี้ยงปลาแบบผสมผสานกับการเลี้ยงสัตว์ (10233)
  • ผักชีฝรั่ง (25158)
  • กะหล่ำปม (Kohlrabi) (8518)
  • พันธุ์มะนาวที่นิยมปลูก (29868)
  • ดูบทความทั้งหมด >> 

    แนะนำหน้านี้ให้เพื่อน/คนรู้จัก


    อีเมล์เพื่อน: ชื่อคุณ : อีเมล์คุณ :  
    แนะนำสินค้า/บริการ
    โฆษณา
    อยากมีเว็บคลิก
    โฆษณา
    โฆษณาฟรี
    โฆษณา
    ที่พักแก่งกระจาน
    โฆษณา
    โฆษณา
    DVDราคาถูกทีสุด
    โฆษณา
    พัดลมกันระเบิด
    โฆษณา
    บรรจุภัณฑ์
    โฆษณา
    สนใจโฆษณา คลิก!
    โฆษณา
    สนใจโฆษณา คลิก!
    โฆษณา
    สนใจโฆษณา คลิก!

    ซื้อขายสินค้า

     

    ร้านค้าฟรี

     

    ทีวีออนไลน์

     

    ฟังเพลง


    วิทยุออนไลน์

     

    ดาวน์โหลด ฟรี

     

    ดาวน์โหลด

     

    เกม

     

    เกมส์


    โปรโมทเว็บไซต์

     

    โปรโมทเว็บฟรี

     

    โฆษณา ฟรี

     

    ข่าวประจำวัน

    หน้าหนาวปีนี้ไปเที่ยวไหนดี?
    ไปเที่ยวเชียงใหม่
    ไปเที่ยวเชียงราย
    ไปเที่ยวแม่ฮ่องสอน
    ไปเที่ยวน่าน
    ไปเที่ยวปาย
    ไปเที่ยวภูกระดึง
    ไปเที่ยวเลย
    ไปเที่ยวเพชรบูรณ์
    ค้นหาข้อมูล
    หมวดย่อย
    จุดประสงค์
    ประเภท
    จังหวัด
    ประกาศซื้อขายฟรี
  • กล้อง อุปกรณ์การถ่ายภาพ
  • การเกษตร และปศุสัตว์
  • การศึกษา อบรมสัมนา
  • กีฬา อุปกรณ์
  • ของเล่น งานอดิเรก
  • ของสะสม ของเก่า
  • ขายตรง ประกันฯ
  • ข่าวประชาสัมพันธ์
  • คอมพิวเตอร์
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า
  • เครื่องใช้สำนักงาน
  • เครื่องสำอางค์สำหรับผู้ชาย
  • เครื่องสำอางค์สำหรับผู้หญิง
  • จิวเวลรี่ เครื่องประดับ
  • ดนตรี
  • ต้นไม้ การจัดสวน
  • ท่องเที่ยว ที่พัก
  • ธุรกิจ อุตสาหกรรมทั่วไป
  • ธุรกิจ อุตสาหกรรมพลาสติก
  • นัดพบแรงงาน
  • เฟอร์นิเจอร์
  • มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร
  • แม่และเด็ก
  • รถยนต์ ยานพาหนะ
  • วีดีโอเกมส์
  • ศิลปะและหัตถกรรม
  • สัตว์เลี้ยง
  • สำนักกฏหมาย/ทนาย
  • สำนักงานบัญชี
  • สุขภาพและความงาม
  • เสื้อผ้า แฟชั่น
  • หนัง เพลง
  • หนังสือ เครื่องเขียน สิ่งพิมพ์
  • อสังหาริมทรัพย์
  • อาหารและเครื่องดื่ม
  • อินเตอร์เน็ตและเว็บไซต์
  • อื่นๆ จิปาถะ...
  • โฆษณา
    โฆษณา โฆษณา

    ประกาศ ประกาศซื้อขาย ประกาศฟรี ประกาศซื้อขายฟรี ประกาศขายฟรี ประกาศขาย โฆษณา โฆษณาขายฟรี โฆษณาซื้อฟรี โฆษณาซื้อขาย โฆษณาเว็บ โฆษณาซื้อขายฟรี ประกาศโฆษณาซื้อขาย โฆษณาซื้อขายสินค้าฟรี ประกาศโฆษณา ประชาสัมพันธ์ฟรี โฆษณาฟรี ประกาศโฆษณาฟรี โฆษณาเว็บฟรี โปรโมทเว็บฟรี โปรโมทเว็บ โฆษณาเว็บไซต์ โฆษณาเว็บไซต์ฟรี โปรโมทเว็บไซต์ โปรโมทเว็บไซต์ฟรี จัดอันดับเว็บไซต์ จัดอันดับเว็บไซต์ฟรี เกมส์ออนไลน์ ดูทีวีออนไลน์ สถานีวิทยุออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ ข่าวประจำวัน รายงานอากาศ รายงานการจราจร คลิปวีดีโอ หาแฟน เศรษฐกิจและการเงิน ดาวน์โหลดฟรี รวมข่าวแปลก หาเพื่อน ฟรีเว็บบอร์ด อีการ์ด การ์ดอวยพร ข้อมูลการท่องเที่ยว ดูดวง โชคชะตาราศรี ฐานข้อมูลธุรกิจ แหล่งข้อมูลธุรกิจ เกมส์ ออนไลน์ เกมส์ เกมส์ออนไล บ้านและที่ดิน ซื้อขายบ้านและที่ดิน ข้อมูลท่องเที่ยว เว็บสำเร็จรูป เว็บโฆษณาสำเร็จรูป เว็บไซต์โฆษณาสำเร็จรูป เว็บไซต์สำเร็จรูป ลงประกาศ ลงประกาศฟรี ลงประกาศซื้อขาย ดูทีวี ลงประกาศซื้อขายฟรี โฆษณาแบนเนอร์ฟรี ลงโฆษณาฟรี ลงโฆษณาซื้อขาย ลงโฆษณาซื้อขายฟรี ประกาศซื้อขายบ้าน โฆษณาซื้อขายสินค้า ประกาศโฆษณาซื้อขายฟรี จัดอันดับเว็บ จัดอันดับเว็บฟรี เกมออนไลน์ โฆษณาแบนเนอร์ ลงโฆษณา ประชาสัมพันธ์ โฆษณาสินค้า โฆษณาสินค้าฟรี โปรโมทสินค้า โปรโมทสินค้าฟรี แหล่งซื้อขายสินค้า แหล่งโฆษณา แหล่งโฆษณาฟรี บริการโฆษณาฟรี โปรโมทเว็บไซต์ โปรโมทเว็บ เว็บไซต์โฆษณา เว็บโฆษณา เกม Thailand Shopping Mall สูตรอาหาร ผลิตภัณฑ์การเกษตร เช่ารถตู้เอ็นจีวี เช่ารถตู้

    เช่ารถตู้ไปกระบี่ เช่ารถตู้ไปกาญจนบุรี เช่ารถตู้ไปกาฬสินธุ์ เช่ารถตู้ไปกำแพงเพชร เช่ารถตู้ไปขอนแก่น เช่ารถตู้ไปจันทบุรี เช่ารถตู้ไปฉะเชิงเทรา เช่ารถตู้ไปชลบุรี เช่ารถตู้ไปชัยนาท เช่ารถตู้ไปชัยภูมิ เช่ารถตู้ไปชุมพร เช่ารถตู้ไปเชียงราย เช่ารถตู้ไปเชียงใหม่ เช่ารถตู้ไปตรัง เช่ารถตู้ไปตราด เช่ารถตู้ไปตาก เช่ารถตู้ไปนครนายก เช่ารถตู้ไปนครปฐม เช่ารถตู้ไปนครพนม เช่ารถตู้ไปนครราชสีมา เช่ารถตู้ไปนครศรีธรรมราช เช่ารถตู้ไปนครสวรรค์ เช่ารถตู้ไปนนทบุรี เช่ารถตู้ไปน่าน เช่ารถตู้ไปนาราธิวาส เช่ารถตู้ไปบึงกาฬ เช่ารถตู้ไปบุรีรัมย์ เช่ารถตู้ไปปทุมธานี เช่ารถตู้ไปประจวบคีรีขันธ์ เช่ารถตู้ไปปราจีนบุรี เช่ารถตู้ไปปัตตานี เช่ารถตู้ไปพระนครศรีอยุธยา เช่ารถตู้ไปพะเยา เช่ารถตู้ไปพังงา เช่ารถตู้ไปพัทลุง เช่ารถตู้ไปพิจิตร เช่ารถตู้ไปพิษณุโลก เช่ารถตู้ไปเพชรบุรี เช่ารถตู้ไปเพชรบูรณ์ เช่ารถตู้ไปแพร่ เช่ารถตู้ไปภูเก็ต เช่ารถตู้ไปมหาสารคราม เช่ารถตู้ไปมุกดาหาร เช่ารถตู้ไปแม่ฮ่องสอน เช่ารถตู้ไปยโสธร เช่ารถตู้ไปยะลา เช่ารถตู้ไปร้อยเอ็ด เช่ารถตู้ไประนอง เช่ารถตู้ไประยอง เช่ารถตู้ไปราชบุรี เช่ารถตู้ไปลพบุรี เช่ารถตู้ไปลำปาง เช่ารถตู้ไปลำพูน เช่ารถตู้ไปเลย เช่ารถตู้ไปศรีสะเกษ เช่ารถตู้ไปสกลนคร เช่ารถตู้ไปสงขลา เช่ารถตู้ไปสตูล เช่ารถตู้ไปสมุทรปราการ เช่ารถตู้ไปสมุทรสงคราม เช่ารถตู้ไปสมุทรสาคร เช่ารถตู้ไปสระแก้ว เช่ารถตู้ไปสระบุรี เช่ารถตู้ไปสิงห์บุรี เช่ารถตู้ไปสุโขทัย เช่ารถตู้ไปสุพรรณบุรี เช่ารถตู้ไปสุราษฏร์ธานี เช่ารถตู้ไปสุรินทร์ เช่ารถตู้ไปหนองคาย เช่ารถตู้ไปหนองบัวลำภู เช่ารถตู้ไปอ่างทอง เช่ารถตู้ไปอำนาจเจริญ เช่ารถตู้ไปอุดรธานี เช่ารถตู้ไปอุตรดิตถ์ เช่ารถตู้ไปอุทัยธานี เช่ารถตู้ไปอุบลราชธานี เช่ารถตู้

    หน้าแรก | ข้อตกลงการใช้งาน | นโยบาย | เมื่อสมัครเป็นสมาชิก
    สงวนลิขสิทธิ์ตามกฏหมาย © โดย Power Web Application


     มีผู้ชมออนไลน์อยู่ 4 คน